มีความสุข อยู่กับปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

ตำนานประตูผี แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์

ตำนานประตูผี แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ 


แร้งวัดสระเกศ ...



ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) พ.ศ. 2363 เกิดโรคห่าระบาดอย่างหนัก ในกรุงเทพมหานครขณะนั้นยังไม่มีวิธีรักษา และรู้จักการป้องกัน รัชกาลที่ 2 จึงทรงใช้วิธีให้กำลังใจ โปรดฯ ให้ตั้งพิธีขับไล่โรคนี้ขึ้น เรียกว่า “พิธีอาพาธพินาศ” โดยจัดขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีการยิงปืนใหญ่รอบพระนครตลอดคืน อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบรมสารีริกธาตุออกแห่ มีพระราชาคณะโปรยพระพุทธมนต์ตลอดทาง ทรงทำบุญเลี้ยงพระ โปรดให้ปล่อยปลาปล่อยสัตว์ และประกาศไม่ให้ประชาชนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อยู่กันแต่ในบ้าน
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนตายเพราะอหิวาตกโรคประมาณ 3 หมื่นคน ศพกองอยู่ตามวัดเป็นภูเขาเลากา เพราะฝังและเผาไม่ทัน บ้างก็แอบเอาศพทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองในเวลากลางคืน จึงมีศพลอยเกลื่อนกลาดไปหมด ประชาชนต่างอพยพหนีออกไปจากเมืองด้วยความกลัว พระสงฆ์ทิ้งวัด งานของราชการ และธุรกิจทั้งหลายต้องหยุดชะงัก เพราะผู้คนถ้าไม่หนีไปก็มีภาระในการดูแลคนป่วย และจัดการกับศพของญาติมิตร ในเวลานั้น วัดสระเกศ เป็นศูนย์รวมของแร้งจำนวนนับพัน
อหิวาตกโรคเวียนมาในทุกฤดูแล้ง และหายไปในฤดูฝนเช่นนี้ทุกปี

ห่าลงปีระกา ปี 2392

ในปี พ.ศ. 2392 อหิวาต์ก็ระบาดหนักอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ปีนังก่อน แล้วแพร่ระบาดมาจนถึงกรุงเทพฯ เรียกกันว่า “ห่าลงปีระกา” ในระยะเวลาช่วง 1 เดือน ที่เริ่มระบาดมีผู้เสียชีวิตถึง 15,000 – 20,000 คน และตลอดฤดูตายถึง 40,000 คน
เจ้าฟ้ามงกุฏฯ คือ รัชกาลที่ 4 ซึ่งขณะนั้นดำรงเพศบรรพชิต เป็นพระราชาคณะ ได้ทรงบัญชาให้วัดสามวัด คือ วัดสระเกศ วัดบางลำพู (วัดสังเวชวิศยาราม) และวัดตีนเลน (วัดเชิงเลน หรือวัดบพิตรพิมุข) เป็นสถานที่สำหรับเผาศพ

แต่ก็เผาศพไม่ทัน..

มีศพที่นำมาเผาสูงสุด ถึงวันละ 696 ศพ แต่กระนั้น ศพที่เผาไม่ทัน ก็ถูกกองสุมกันอยู่ตามวัด โดยเฉพาะวัดสระเกศ มีศพส่งไปไว้มากที่สุด ทำให้ฝูงแร้งแห่งไปลงทึ้งกินซากศพ ตามลานวัด บนต้นไม้ บนกำแพง และหลังคากุฏิเต็มไปด้วยแร้ง แม้เจ้าหน้าที่จะถือไม้คอยไล่ก็ไม่อาจกั้นฝูงแร้ง ที่จ้องเข้ามารุมทึ้งซากศพอย่างหิวกระจายได้ และจิกกินซากศพ จนเห็นกระดูกขาวโพลน พฤติกรรมของ “แร้งวัดสระเกศ” ที่น่าสยดสยองจึงเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่ว

เปรตวัดสุทัศน์ …

เปรตเป็นมนุษย์ที่ทำบาปกรรมแบบขั้นสุด เมื่อตายไปแล้วจะเกิดเป็นเปรตเพื่อชดใช้กรรมที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ ปากเท่ารูเข็ม มือใหญ่เท่าใบลาน มักปรากฏตัวตอนกลางคืน
สมัยก่อนบรรยากาศแถววัดสุทัศน์จะน่ากลัวมากๆ มักมีคนเล่าว่าพบเห็นผีเปรตอยู่เสมอ แต่บ้างก็บอกว่า นั่นคือเงาจากเสาชิงช้า ความเชื่อแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์เกี่ยวกับเรื่องราวของเปรตแห่ง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เล่ากันว่าที่วัดแห่งนี้มักมีเปรตปรากฏกายในเวลากลางคืนเป็นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ประกอบกับอหิวาตกโรคที่ระบาดจนมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 จนเผาศพแทบไม่ทัน ณ วัดสระเกศ จนมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์”

ในอีกมุมหนึ่ง เรื่องเปรตวัดสุทัศน์

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์ฯ นั้น มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปที่วัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู
และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้าต่างหาก ซึ่งนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อและวิจารณญาณส่วนบุคคล

ประตูผี กรุงเทพฯ …

“ตำบลประตูผี เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อให้เป็นมงคลว่า ตำบลสำราญราษฎร์ แต่ความหมายก็อยู่ดังเดิม คือประตูเมืองเก่าที่ทะลุกำแพงเมืองตรงนี้ชื่อประตูผี เป็นทางที่นำศพคนตายในเมืองออกไปทำศพกันนอกเมือง เพราะสมัยโนัน สร้างเมืองใหม่ๆ ต้องการความเป็นมงคล ไม่มีการนำศพทำเมรุกันในกำแพงเมือง เว้นแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและพระศพเจ้านายใหญ่ๆ โตๆ เท่านั้น
ประตูผีนี้จึงมีชื่อตายตัวเป็นกฎว่า ใครนำศพคนตายออกประตูเมืองด้านอื่นๆ มิได้ ต้องออกแต่ประตูนี้โดยจำกัด
แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า สำราญราษฎร์ ก็ยังมีความหมาย เดิมนั่นเอง หมายถึงว่า ราษฎรมีความสุขแล้ว และคนที่สุขที่สุดก็คือคนตายแล้ว เป็นผู้หมดห่วง หมดกังวล สำราญจริงๆ จึงมาออกประตูนี้
และวัดที่ใกล้ที่สุดในสมัยโน้น ก็คือ วัดสระเกศ … พอออกจากประตูผีข้ามสะพานลงมา ก็เข้าวัดสระเกศสู่ลานป่าช้าที่ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ นับแต่ลงสะพานสำราญราษฎร์ก็เป็นพื้นที่ป่าช้าแท้ๆ จรดสะพานแม้นศรี อีกด้านหนึ่งไปจรดบ้านบาตร เป็นป่าช้าที่กว้างใหญ่ ไม่เหมือนป่าช้าตามวัดต่างๆ เดี๋ยวนี้ … ที่ป่าช้าอยู่ติดกับบ้านคน หรือป้าช้ามีวัดละนิดเดียว
คำว่า ป่าช้าของสมัยก่อนนั้น เป็นสถานที่สงัดเงียบวังเวงไม่ใกล้ใคร ห่างผู้ห่างคนจริงๆ เป็นแดนของคนตายแล้ว ไม่ใช่แดนคนมีชีวิตจะไปปะปน”
ข้อมูลจาก หนังสือชุดภูตผีปิศาจไทย ของครูเหม เวชกร ลำดับที่ 4 เล่ม”ผู้มาจากเมืองมืด” ตอน ประตูผี (ต้นฉบับค้นพบใหม่ตอนปี 2546 ในวาระครบรอบร้อยปีชาตะกาลครูเหม เวชกรพอดี) เครดิตhttps://lifestyle.campus-star.com/knowledge/90364.html

ทดสอบกล้องติดรถ กลางคืน DAB 201





วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คัดหนังสือรับรองออนไลน์

มาคัดสำเนาหนังสือรับรองออนไลน์กันเถอะ

            สวัสดีครับผม... หลายครั้งที่เจ้านายให้ไปถึงกรมพัตน์ฯ    ให้เราไปคัดหนังสือรับรอง  ต้องเดินทางไปเป็นวันๆ  ไหนจะรถติด  แลกบัตร  ขึ้นลิฟท์  กรอกแบบฟอร์ม รอคิว  บลาๆๆๆ   มันควรจะมีวิธีประหยัดเวลา  รวดเร็ว  ใช้ทรัพยากรแรงงานอย่างมีประโยชน์และคุ้มค่า  เอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นให้กับบริษัทของเรา ได้ตั้งมากมาย แบบไม่ต้องเดินออกนอกออฟฟิศ  อยู่หน้าคอมก็สามารถสั่งปริ๊นท์ได้เลย เรามีวิธีลดความน่าปวดหัวในการคัดหนังสือรับรองของบริษัท ด้วยบริการของ   DBD ที่เรียกว่า E-Service กันครับ ความสะดวกอยู่ที่นอกจากจะไม่ต้องเดินออกนอกออฟฟิศแล้วเนี่ย ยังสามารถนั่งจ่ายเงินค่าธรรมเนียมผ่าน QR Code บน Mobile Banking หรือ Internet Banking และรอรับเอกสารผ่านทางเว็บไซต์ ดาวน์โหลดลงคอมพิวเตอร์ และปริ้นท์ซ้ำกี่รอบก็ได้จนกว่าหนังสือจะหมดอายุครับตามมาดูวิธีการกันเลยครับ


1. สมัครสมาชิกในนามบุคคลธรรมดาด้วยการ ลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ของ DBD ก่อนนะครับ หน้าตาของแบบฟอร์มก็จะประมาณนี้ครับ สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัยสามารถศึกษา

ลิงค์ตามนี้ครับ   https://ecert.dbd.go.th/e-service/login.xhtml

หน้าตาของการลงทะเบียน ประมาณนี้ครับ  กรอกให้ครบ


2. หลังจากที่เรา Log in ผ่านหน้าเว็บไซต์มาแล้วให้เลือก   เลือกตามรูป
Tab บริการ >>เลือก หนังสือรับรองนิติบุคคล รับรองสำเนาและถ่ายเอกสารทางทะเบียน ฯลฯ

3. เราเลือกรับเป็นไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์

4.กรอกเลขนิติบุคคลของบริษัทของคุณ

5.เลือกหนังสือรับรองและดำเนินการต่อ

สำหรับใครที่ต้องใช้ใบเสร็จนำไปให้แผนกการเงินของบริษัทอย่าลืมเลือกช่องชื่อนิติบุคคลนะครับ  เลือกเสร็จสิ้น

6. เราจะได้รับเอกสาร Pay In Slip สำหรับจ่ายเงิน โดยสามารถชำระผ่าน Counter Bank, ATM หรือสแกน QR Code, Barcode เพื่อจ่ายผ่าน App Mobile Banking ก็ได้ครับ และเราจะได้รับ Email Confirm ว่าได้รับการชำระเงินแล้ว สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้เลยครับ


กลับมาที่ Log In เว็บไซต์ เลือก Tab ตรวจสอบ >>
เลือกตรวจสอบเอกสาร/ ดาวน์โหลดไฟล์

เข้ามาหน้านี้อย่าลืมกรอกเลขที่คำขอด้วยนะครับ ถ้ายังไม่กรอกจะไม่มีรายการขึ้นมาให้เลือก >> เสร็จแล้วกดค้นหาครับ

เสร็จแล้วกดดาวน์โหลดไฟล์หนังสือรับรองที่ปุ่มสีเขียวนะครับ ปกติข้าง ๆ กันจะมีปุ่มสีแดงด้วย สำหรับปริ้นท์ใบเสร็จ หรือสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จไว้ที่เครื่องก็ได้นะครับ แต่พอปริ้นท์หรือดาวน์โหลดแล้ว ปุ่มสีแดงจะหายไปครับ



เป็นอันเสร็จสิ้น  ขั้นตอนก็ประมาณนี้ครับ  สะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางด้วย

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รวมความรู้เกี่ยวกับ Hiren boot และการ Ghost Winndows

วิธีใช้ hiren ไม่มีบอกทั้งหมด(เพราะมีเกือบร้อยโปรแกรมย่อย)  
  ใน Hiren boot ประกอบด้วยอะไรบ้าง

  1.Partition Tools : เครื่องมือจัดการและแบ่งพาร์ติชัน

  2.Backup Tools : เครื่องมือสำหรับ แบ็คอัพสำรองข้อมูล
  3.Password & registry Tools... : เครื่องมือช่วยในเรื่องจัดการ Password และ registry
  4.Recovery Tools : เครื่องมือสำหรับกู้มูลที่เผลอ Format หรือลบทิ้งโดยบังเอิญ
  5.Testing Tools : เครื่องมือตรวจสอบและวินิจฉัยอาการเสียของฮาร์ดแวร์
  6.Hard Disk Tools : เครื่องมือวินิจฉัยอาการตายของฮาร์ดไดรว์ และกู้ชีวิตฮาร์ดดิสก์ให้กลับคืน
  7.System Information Tools : เครื่องมือสำหรับแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับตัวอุปกรณ์
  8.File Managers Tools... : เครื่องมืออุปกรณ์จัดการเรื่อง ไฟล์ ไฟล์ นั่นเอง
  9.MBR (Master Boot Record) Tools : เครื่องมือสำหรับกู้ ซ่อมและมาร์กตำแหน่ง MBR ฮาร์ดไดรว์
10.BIOS / CMOS Tools : เครื่องมือสำหรับปลดรหัสผ่านไบออส และกู้การ Flash ไบออสผิดเวอร์ชัน
11.MultiMedia Tools : เครื่องมือสำหรับเปิดดูไฟล์หนังและภาพ ผ่าน DoS โดยไม่เปิดเข้า Windows
12.NTFS Ext2FS, Ext3FS (FileSystems) Tools... :  เครื่องมือสำหรับเข้าถึงระบบไฟล์แบบ NTFS ผ่าน DoS
13. Other Tools : รวมเครื่องมืออื่นๆ
14. DOS Tools : รวมเครื่องมือบน DOS

ต้องsearchอ่านเฉพาะโปรแกรมที่สนใจหาได้จากgoogle    เช่นวิธี format harddisk ก็หาการจัดการPartition Tools ของโปรแกรมนั้นๆ   เช่น  Acronis Disk Director   และอยากรู้วิธี scan harddisk ก็ในส่วน Hard Disk Tools  ตาามแต่ยี่ห้อharddisk   ลองอ่านดูครับ  

http://www.gggcomputer.com/index.php?topic=5714.0


Ghost GGG Win 10 Build 1511 By Socoman Jan 2016 + วิธีโกส ดาวโหลด : http://jassha.blogspot.com/2016/01/ne...

เครดิต 

:





Ghogt  จาก USB


ไฟล์ Hiren ที่อัพเป็นไฟล์ที่ถูกตัดเหลือเเต่บางโปรแกรมที่จำเป็นหลักๆนะครับ คือสามารถเข้า Mini XP เพื่อไป backup งานได้ Ghost หรืออื่นๆครับ
ดาวน์โหลดที่นี่ครับ http://www.4shared.com/rar/h4q79G2v/H...

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

สิงโต คริสเตรียน


            เรื่องราวของคริสเตียนเริ่มขึ้นในปี 2512 ที่นครลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อจอห์น เรนดอล และ แอนโธนี่ เบิร์กนักแสวงโชคหนุ่มจากออสเตรเลียไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าแฮร็อตอันเลื่องชื่อห้างนี้โฆษณาตัวเองว่า “ไม่มีอะไรที่แฮร็อตไม่มี”ห้างนี้ขายทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงสัตว์ป่านานาชนิด โดยจัดเป็นโซนพิเศษ ที่ทำได้เพราะในขณะนั้นไม่มีกฎหมายห้าม

           เรนดอลเล่าว่า “ผมและแอนโธนี่ไปที่ห้างแฮร็อตเพื่อให้เห็นกับตาว่าห้างนี้มีของทุกอย่างก่อนหน้านี้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปที่ห้างและแจ้งผู้จัดการโซนสัตว์ป่าว่า อยากได้อูฐ ผู้จัดการถามแต่เพียงว่าจะเอาแบบโหนกเดียวหรือ 2 โหนก” และที่แผนกนั้น ทั้งสองได้เห็นลูกสิงโต 2 ตัวหน้าตาเศร้าสร้อยถูกขังอยู่ในกรงแคบๆ ทั้ง 2 คนสงสารลูกสิงโตมากที่ต้องถูกขังอย่างนั้น พวกเขาใช้เวลาตัดสินใจไม่นานก็ซื้อลูกสิงโตตัวหนึ่งพวกเขาตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ว่า “คริสเตียน”

        เรนดอลและแอนโธนี่ทำงานในร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้เล็กๆ บนถนนคิงส์ที่มีห้องใต้ถุนกว้างขวางตอนแรกเจ้าของร้านจะไม่ยอมให้เลี้ยงคริสเตียนที่ห้องใต้ถุนแต่เมื่อแอนโธนี่หว่านล้อมว่าคริสเตียนจะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้านได้ เจ้าของก็เปลี่ยนใจ

       คริสเตียนเลี้ยงง่ายแต่ซนมาก ชายหนุ่มทั้งสองรวมถึงแฟนสาว (ในขณะนั้น) ต้องมาช่วยกันเลี้ยง คริสเตียนไม่เคยถูกตี เรนดอลและแอนโธนี่จะใช้น้ำเสียงที่ดุและเย็นชาเมื่อต้องการดุคริสเตียนแทน นอกจากนี้คริสเตียนซึ่งกำลังโตขึ้นก็กินจุมาก มันกินวันละ 4 มื้อไม่นับอาหารเสริม คิดแล้วค่าอาหารของมันประมาณอาทิตย์ละ 2400 บาทซึ่งนับว่าแพงมากในสมัยนั้น

      คริสเตียนต้องออกกำลังกายด้วย โชคดีที่บาทหลวงในโบสถ์ใกล้ๆ ร้านอนุญาตให้คริสเตียนไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าของโบสถ์กีฬาที่มันชอบเล่นคือฟุตบอลที่เป็นกีฬายอดฮิตของคนอังกฤษนั่นเอง เรนดอลว่า คริสเตียนไม่มีกลิ่นสาบของสัตว์ป่าเลย พวกเขาชอบพาคริสเตียนไปเที่ยวทะเลซึ่งตอนแรกมันก็ไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเลแต่เมื่อไปหลายๆ ครั้ง มันก็ลงทะเลเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

         แอนโธนี่เล่าว่า คริสเตียนเป็นสิงโตที่มีอารมณ์ขัน ขี้เล่นเพราะมันมักจะชอบแกล้งคนที่มาแอบดูมันตามหน้าต่างของร้านคนส่วนใหญ่จะคิดว่ามันเป็นตุ๊กตาสิงโตเมื่อมันรู้ว่ามีคนมาจ้องดูมันทางหน้าต่างมันจะแกล้งนั่งนิ่งๆ เหมือนตุ๊กตาแล้วจะค่อยๆ หันไปที่หน้าต่าง มันทำสีหน้าพอใจที่เห็นคนทำท่าตกใจ

        คริสเตียนกลายเป็นดาราดังของย่านถนนคิงส์อย่างรวดเร็วคนแห่มาดูมันทุกวัน มันเองก็สนุกกับการเล่นลูกฟุตบอลวิ่งไปวิ่งมา ทำตัวเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆแต่เมื่อเวลาผ่านไป คริสเตียนตัวโตขึ้นอย่างรวดเร็วเริ่มกลายเป็นสิงโตจริงๆ แล้ว ทั้งเรนดอลและแอนโธนี่ต่างรู้ดีว่าเวลาที่จะอยู่ด้วยกันน้อยลงทุกทีสิ่งที่พวกเขากังวลไม่ใช่ว่า คริสเตียนจะไปทำร้ายใคร แต่เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นมากกว่า ช่วงนั้นเองที่ บิลล์ เทรเวอร์ และ เวอร์จิเนีย แม็คเคนยา ดาราดังสองคนของภาพยนตร์เรื่อง Born Free ที่เกี่ยวกับการปลดปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติได้มาที่ร้านเพื่อซื้อโต๊ะไม้ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากชีวิตจริงของจอร์จและจอย อดัมสันซึ่งทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ในเคนยาดาราทั้งสองแนะให้เรนดอลติดต่อกับอดัมสันเพื่อนำคริสเตียนซึ่งเกิดและโตในลอนดอนปล่อยกลับสู่ถิ่นเดิมในแอฟริกา เมื่อติดต่อไป จอร์จกล่าวว่า เขายินดีที่จะช่วยและรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเจอสิงโตที่เกิดและโตในเมืองเลย

          ตอนออกจากลอนดอน มีคนมาส่งคริสเตียนมากมายมันดูเหมือนจะรู้แต่เพียงว่ากำลังจะได้ไปเที่ยวพร้อมกับเรนดอลและแอนโธนี่ เมื่อถึงเคนยามันถูกนำไปพักที่สถาบันสัตว์ป่าของจอร์จก่อนในการปล่อยคริสเตียน จอร์จใช้สิงโตอีกตัวที่เลี้ยงจนเชื่องเป็นตัวนำไป ระหว่างทางเรนดอลบอกกับจอร์จว่า “คริสเตียนอยากเข้าห้องน้ำ”แต่จอร์จบอกกับเรนดอลว่า ถ้าปล่อยมันออกจากกรง มันจะหนีไปอย่างแน่นอน เรนดอลรับประกันว่า มันจะกลับมาเมื่อคริสเตียน “เข้าห้องน้ำ” กลางป่าเรียบร้อยมันเดินกลับเข้ากรงอย่างว่าง่ายเมื่อเรนดอลสั่ง     เมื่อเวลาจากกันมาถึง มนุษย์ทั้งสองก็โบกมือลาคริสเตียนตอนแรกมันก็ลังเล เดินกลับไปกลับมาหาคนทั้งสองแต่ในที่สุดก็เดินจากไป
           หลังจากนั้น 1 ปี เรนดอลและแอนโธนี่คิดถึงคริสเตียนมากจึงตัดสินใจเดินทางไปเคนยา จอร์จบอกกับพวกเขาว่า โอกาสน้อยมากที่จะได้พบคริสเตียน แต่ทั้งสองก็ยืนยันที่จะลอง และแล้วเรื่องมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสองคนไปยืนรอในที่ที่พวกเขาปล่อยคริสเตียนไป ไม่นานคริสเตียนก็ปรากฏตัวขึ้น ตอนแรกมันหยุดมองมาที่ทั้งสอง และค่อยๆ เดินเข้ามา เมื่อมาใกล้มันเริ่มวิ่งและโถมตัวเข้าหาทั้งสองคน มันทักทายสหายเก่าเหมือนตอนที่มันอยู่กับพวกเขามันคลอเคลียเขาเหมือนเป็นแมวตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น คริสเตียนยังพาครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยเมียและลูกสองตัวมาพบพวกเขาด้วย

           การพบกันครั้งนั้น ถูกบันทึกเป็นวีดิโอ เมื่อเรนดอลและแอนโธนี่กลับมาที่อังกฤษก็ได้เผยแพร่วีดิโอชิ้นนี้ ไม่นานมันกลายเป็นวีดิโอยอดฮิตติดตลาด หลายต่อหลายคนร้องไห้เมื่อได้ดู ผู้คนส่งวีดิโอต่อๆ กัน และอินเทอร์เน็ตทำให้วีดิโอนี้ถูกนำมาเผยแพร่โดยเฉพาะใน YouTube คนดูกว่าล้านคนเข้ามารับทราบเรื่องราวอันน่าประทับใจนี้ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม

           หลังจากนั้นอีกหนึ่งปี ทั้งสามก็ได้พบกันอีก จอร์จบอกว่าคริสเตียนหายไป แต่คืนก่อนที่ทั้งสองจะถึงเคนยาคริสเตียนก็กลับมาและนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเจอกัน

          เรนดอลให้สัมภาษณ์ว่า เขาหวังว่าความโด่งดังของคริสเตียนและวีดิโอชุดนี้จะทำให้คนกลับมาสนใจการอนุรักษ์สัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ทำให้ youtube เล่นเองอัตโนมัติ

ก่อนอื่นเลย เรา ก็ต้องเข้าไปหาวีดีโอที่จะเอามาใส่ก่อน ... พอเจอก็เข้าไปปุ๊บ จะเป็นเหมือนรูปข้างล่างนี่แหละ ก็ไปก๊อปเอาโค้ด embed

โค้ดที่ก๊อปมาจะเป็นแบบข้างล่างนี้: <object width="425" height="344">
<param name="movie" value=" http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&"></param>
<param name="allowFullScreen" value="true"></param>
<param name="allowscriptaccess" value="always"></param>
<embed src="http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed>
</object>
ถ้าต้องการให้วีดีโอเล่นเองอัตโนมัติ (autoplay) ให้พิมพ์โค้ด: &autoplay=1 ลงไปท้าย URL ของ source (ใน Code จะใช้คำสั่งว่า src)
ถ้าต้องการให้วีดีโอเล่นซ้ำไปเรื่อยๆ ก็พิมพ์โค้ดนี้เพิ่มเข้าไปอีก:
&loop=1

จากโค้ดที่ก๊อปมา (ข้างบน) ก็จะเป็นแบบนี้:
<object width="425" height="344">
<param name="movie" value=" http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&autoplay=1&loop=1"></param>
<param name="allowFullScreen" value="true"></param>
<param name="allowscriptaccess" value="always"></param>
<embed src="http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&autoplay=1&loop=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed>
</object>
แค่นี้วีดีโอก็จะเล่นเองอัตโนมัติแล้วก็เล่นซ้ำไปซ้ำมาละ ^^

เพิ่มเติม (อีก) นิดหน่อย
ถ้าต้องการซ่อนวีดีโอ ให้มันมีแต่เสียง ก็ไปปรับขนาดความกว้างกับความสูงของวีดีโอให้เป็น 0 ซะ ... แบบโค้ดข้างล่างนี้:
<object width="0" height="0">
<param name="movie" value=" http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&autoplay=1&loop=1"></param>
<param name="allowFullScreen" value="true"></param>
<param name="allowscriptaccess" value="always"></param>
<embed src="http://www.youtube.com/v/wbWdQy33kLQ&hl=en&fs=1&autoplay=1&loop=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="0" height="0"></embed>
</object>
เท่านี้วีดีโอก็จะล่องหน แล้วก็จะมีแต่เสียง ^^

 ขอบคุณข้อมูล : http://forum.mthai.com และ    และ http://www.unigang.com/Article/5521